การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในแม่น้ำจ้าพระยา ของ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑

Release Date : 02-04-2015 10:59:40
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในแม่น้ำจ้าพระยา ของ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑

     ด้วยปัจจุบัน การสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณหนาแน่น โดยเฉพาะในเวลาช่วงเช้าและเย็นอันเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน จะมีประชาชนใช้บริการเรือโดยสาร และเรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันต่อเหตุการณ์ จะทำให้มีผุ้เสียชีวิตขึ้นได้ ทร.จึงอนุมัติให้กร.จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และ กร.ได้สั่งการให้กลน.กร.เป็นหน่วยดำเนินการโดยได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจดังกล่าวเมื่อ ปี ๒๕๔๐ ในนาม “ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑ ” หรือ ใช้คำย่อว่า “ ฉก.กร.๔๐๑ ” เพื่อให้พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุทางน้ำ โดยขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพเรือ โดยรับผิดชอบพื้นที่ ตั้งแต่ สะพานพระปิ่นเกล้า จนถึง อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ มีการจัดกำลัง และ พื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้

     ก. กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑(บก.ฉก.กร.๔๐๑) ตั้งอยู่ที่ หมวดเรือที่ ๓  กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ      โทร. ๐๒-๔๗๕๑๘๗ มีหน้าที่

        ๑) อำนวยการ สั่งการ กำกับดูแล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ             ผู้ประสบภัยทางน้ำ

        ๒) ประสานกับหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมเจ้าท่า กองบังคับการตำรวจน้ำ ส่วนราชการและ        โรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน

    ข. หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำที่ ๑  (นชภ.๑) ตั้งอยู่ที่เดียวกับ บก.ฉก.กร.๔๐๑ ประกอบด้วย

        ๑) กำลังทางเรือ ๑ - เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ๑ -เรือจู่โจมลำน้ำ และ ๑-เรือพยาบาล

        ๒) พื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า  ถึง สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน

    ค. หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำที่ ๒ (นชภ.๒) ตั้งอยู่ที่ อาคาร ร้อย.บก.กยพ.กร.บางนากรุงเทพฯ โทร.๐๒-๔๗๕๒๐๙๗ ประกอบด้วย

        ๑) กำลังทางเรือ ๑ - เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ  และ  ๑ - เรือจู่โจมลำน้ำ          

        ๒) พื้นที่รับผิดชอบ ท่าเทียบเรือ บก.กยพ.กร.บางนา กรุงเทพฯ –อ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

    ง. หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำที่ ๓  (นชภ.๓) ตั้งอยู่ที่ หมวดเรือที่ ๓ กองเรือกวาดทุ่นระเบิด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ   โทร.๐๒ – ๔๗๕๖๒๕๓ ประกอบด้วย

        ๑) กำลังทางเรือ ๑ - เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ  และ  ๑ - เรือจู่โจมลำน้ำ                  

        ๒) พื้นที่รับผิดชอบ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ –อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ จะแบ่งได้ออกเป็น ๒ ลักษณะดังนี้

๑.การช่วยเหลือขึ้นสู่เรือ

        ควรนำเรือเข้าไปช่วยผู้ประสบภัย โดยกะระยะและทิศทางให้ใกล้คนที่ตกน้ำมากที่สุด และผู้ประสบภัยไม่เกิดอันตรายจากใบจักรเรือหรือโดนเรือกระแทก และควรพูดให้คนที่ตกน้ำมีสติ และทราบว่ากำลังได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งจะช่วยคลายความตื่นตระหนก ทำให้การช่วยเหลือทำได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ควรบอกให้เขาพยายามช่วยเหลือตนเองด้วย โดยปลดเครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับที่มีน้ำหนักมากหรือเป็นอุปสรรคในการลอยตัว เช่น รองเท้า เสื้อกางเกง และพยายามพยุงตัวไว้ พร้อมกับยื่นอุปกรณ์ให้จับ เช่น เสื้อผ้า เข็มขัด ท่อนไม้ ห่วงหรือไม้ตะขอ หรือโยนอุปกรณ์ที่ลอยน้ำให้เกาะ เช่น เสื้อชูชีพ พวงชูชีพ ถังน้ำมันเปล่าปิดฝาถังพลาสติก หรือเชือกช่วยชีวิตประจำเรือ และ ในขณะลอยลำ ควรดึงผู้ที่ตกน้ำขึ้นมาทางด้านหัวเรือแทนที่จะเป็นกราบเรือ เพื่อไม่ให้เรือพลิกคว่ำและโดนใบจักร การดึงขึ้นทางหัวเรือที่มีความสูงมากกว่ากราบเรือนั้น ให้นอนราบลงแล้วใช้เท้ายึดกับที่นั่งหรือเอาเชือกยึดไว้ จากนั้นโน้มตัวให้ศีรษะและไหล่ทาบอยู่บนหัวเรือ จับข้อมือของคนตกน้ำเอาไว้ แล้วออกแรงดึงเขาขึ้นมา แต่การช่วยเหลือแบบนี้ไม่เหมาะกับในทะเลที่มีคลื่นลมแรง เพราะอาจพลัดตกน้ำไปด้วยกัน

๒.การช่วยเหลือโดยลงไปช่วยในน้ำ

        การกระโดดลงน้ำไปช่วยนั้น เป็นวิธีการที่ต้องพึงระวังอย่างมาก และผู้ช่วยเหลือจะต้องมีประสบการณ์ เพราะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการช่วยเหลือคนตกน้ำและจมน้ำด้วยวิธีนี้ ทั้งนี้วิธีการที่ถูกต้องคือ ต้องใส่เสื้อ
ชูชีพ หรือนำอุปกรณ์ช่วยติดตัวไปด้วย เช่น ห่วงยาง  โฟม หรือวัสดุลอยน้ำได้ดี และเมื่อว่ายน้ำเข้าไปจวนถึงตัวคนตกน้ำ ให้หยุดอยู่ห่างๆ แล้วยื่นหรือโยนอุปกรณ์ให้เขาเกาะ อย่าเข้าไปจนถึงตัวเพราะผู้ที่จมน้ำหรือตกน้ำอาจเข้ามากอด จนอาจจะทำให้จมน้ำไปด้วยกันได้ เนื่องจากผู้จมน้ำอยู่ในภาวะที่ตกใจ แต่หากผู้จมน้ำโผเข้ามาจะกอดเรา ให้ดำน้ำหนีก่อน นอกจากนี้ อาจใช้วิธีการลากหรือพา โดยหากผู้จมน้ำเป็นคนที่ว่ายน้ำเป็น แต่แค่หมดแรงหรือเป็นตะคริว ไม่ตระหนกตกใจ ผู้ช่วยเหลือจะสามารถลากพาได้ง่าย อาจจะไม่ค่อยมีอันตราย ส่วนการลากพาคนจมน้ำที่ตื่นตกใจ จะต้องใช้ทักษะพิเศษ โดย ต้องใช้ท่าCross chest คือการเอารักแร้เราหนีบบนบ่าเขา แขนพาดผ่านหน้าอกแบบสะพายแล่งไปจับซอกรักแร้อีกด้าน และว่ายน้ำด้วยท่า Side stroke ซึ่งเป็นท่าที่เหนื่อย หนักแรงและมีอันตรายมากๆ สำหรับคนจมน้ำที่สลบ ต้องใช้ท่าลาก/พาที่ประคองหน้าให้ปากและจมูกพ้นน้ำ เพื่อหายใจได้ตลอด จนถึงเรือ และนำผู้ประสบภัยขึ้นสู่เรือตาม ๑ การช่วยเหลือขึ้นสู่เรือ

ภารกิจ ของ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑ ซึ่ง กลน.กร.เป็นหน่วยในการจัดกำลังทางเรือโดยขึ้นการบังคับบัญชากับ ศปก.ทร.ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา

        ๑) มีการลาดตระเวน และเฝ้าตรวจตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมีแผนการปฏิบัติเป็นประจำทุกวันจึงสามารถให้การช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดอุบัติภัยทางน้ำ เมื่อมีเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

       ๒) บก.ฉก.กร.๔๐๑  นชภ.๑ นชภ.๒ และ นชภ.๓ มีการจัดเวรยามประจำวัน เพื่อเฝ้าฟังการแจ้งเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุต่างๆจากสถานีวิทยุจส.๑๐๐ สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน รวมทั้งเฝ้าฟังการแจ้งเหตุการณ์ทางโทรศัพท์จากประชาชนทั่วไปที่ประสบเหตุหรือพบเหตุการณ์  เพื่อดำเนินการปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์

        ๓) มีความพร้อมในการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการช่วยชีวิต และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นประจำไว้ในเรือตลอดเวลา เพื่อใช้สำหรับช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีเหตุการณ์

       ๔) สามารถช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยทางน้ำตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทันที ทันต่อเหตุการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบหรือในพื้นที่อื่นๆตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ

       ๕) การปฏิบัติการจิตวิทยา/การประชาสัมพันธ์เพื่ออำนวยความสะดวก ในการขึ้น-ลงเรือของประชาชนตามท่าเรือข้ามฝากต่างๆของแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีประชาชนใช้เรือข้ามฝากหนาแน่น

รูปภาพที่เกียวข้อง
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในแม่น้ำจ้าพระยา ของ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ ๔๐๑
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง